วันที่ 2 เมษายน 2568 – กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ผ่านศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายจากแผ่นดินไหว (ศรต.ยผ.) ได้รายงานผลการตรวจสอบอาคารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 28 มีนาคม – 1 เมษายน 2568 รวมทั้งสิ้น 3,375 อาคาร โดยพบว่า 34 อาคารจำเป็นต้องระงับการใช้งานเนื่องจากความเสียหายรุนแรง
ผลการตรวจสอบอาคารแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- อาคารภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และอาคารราชการในกรุงเทพฯ พบว่า 334 อาคารสามารถใช้งานได้ตามปกติ (สีเขียว), 30 อาคารมีความเสียหายปานกลางและยังสามารถใช้งานได้ (สีเหลือง), และ 3 อาคารมีความเสียหายรุนแรงต้องระงับการใช้งาน (สีแดง) พร้อมทั้งมีทางเชื่อมระหว่างอาคารที่ได้รับความเสียหาย
- อาคารภาคเอกชน ประกอบด้วยโรงแรม คอนโดมิเนียม หอพัก ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบอาคารทุกปี กรมโยธาธิการฯ ได้แนะนำให้เจ้าของอาคารติดต่อผู้ตรวจสอบที่เคยตรวจสอบอาคารเพื่อดำเนินการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น หากไม่สามารถตรวจสอบได้เอง เจ้าของอาคารสามารถขอคำปรึกษาจากผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนกว่า 2,600 รายได้
- อาคารบ้านพักอาศัยและอาคารทั่วไป สำหรับกลุ่มนี้ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตรวจสอบและให้คำแนะนำผ่านช่องทาง Traffy Fondue โดยได้รับแจ้งความเสียหายทั้งหมด 15,514 เรื่อง และดำเนินการแล้วเสร็จ 13,612 เรื่อง

สถานการณ์ในต่างจังหวัด
ในส่วนของต่างจังหวัด, กรมโยธาธิการฯ ได้ให้คำสั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นร่วมกับวิศวกรอาสาจากภาคเอกชนทำการตรวจสอบอาคารสาธารณะเช่นโรงพยาบาลและอาคารหน่วยงานราชการ โดยผลการตรวจสอบใน 76 จังหวัด พบว่า 2,796 อาคารสามารถใช้งานได้ตามปกติ, 181 อาคารมีความเสียหายปานกลางและยังสามารถใช้งานได้, และ 31 อาคารที่โครงสร้างเสียหายต้องระงับการใช้งาน
การดำเนินการต่อไป
กรุงเทพมหานครได้แจ้งเจ้าของอาคารภาคเอกชนที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมายแล้วกว่า 11,000 แห่ง และมีการแจ้งว่าผ่านการตรวจสอบแล้ว 112 แห่ง หากพบอาคารที่มีความเสียหายในระดับต่างๆ เจ้าของอาคารต้องรายงานผลการตรวจสอบและแจ้งมาตรการควบคุมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ เพื่อความมั่นใจในการใช้งานอาคาร
สายด่วนสำหรับการสอบถามและขอคำปรึกษา
กรมโยธาธิการและผังเมืองเปิดสายด่วนสำหรับการสอบถามและขอคำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1531, 02 299 4191, หรือ 02 299 4312.
การตรวจสอบอาคารนี้เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อให้ทุกอาคารที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไม่เกิดอันตรายต่อผู้พักอาศัยหรือผู้ใช้งาน.